เปลี่ยนธีมขยายหน้าจอ

  • 8556เข้าชม
  • 0ตอบกลับ

ข้อแนะนำสำหรับการสอบสัมภาษณ์งาน

เพศ : ชาย

โพสต์ : 1705

สำคัญ : 0

เงิน : 12226
ความดี : 12145
เครดิต : 12206
จิตพิสัย : 12145
ออนไลน์ : 647 ชม.
                                                 
การสัมภาษณ์เป็นส่วนหนึ่งของการได้รับเลือกให้เข้าทำงาน ดังนั้นควรเตรียมตัวให้พร้อมก่อนออกไปสัมภาษณ์งาน วันนี้มีวิธีมาแนะนำ...-การสอบสัมภาษณ์งานส่วนใหญ่เริ่มจากการถามประวัติส่วนตัว ฉะนั้นการเล่าประวัติส่วนตัวควรมีความกระชับและเข้าใจได้ในครั้งแรกที่ฟัง-ความถนัด สิ่งนี้จะนำไปตัดสินว่าคุณควรจะเข้าทำงานในตำแหน่งใด เพราะในเวลาทำงานจริง จะได้ไม่มีปัญหากับงานที่ได้รับมอบหมาย-การทำกิจกรรมหรือการร่วมมือกับหน่วยงาน เป็นการบอกว่าในระหว่างที่เรียนคุณมีการทำกิจกรรมใดมาบ้าง เพื่อจะได้ทราบว่าคุณสามารถทำงานร่วมกับผู้อื่นได้-ผลงานที่เคยทำ เป็นทางเลือกหนึ่งที่จะใช้ในการวัดความสามารถ หากไม่มีก็ไม่ได้หมายความความคุณจะเสียโอกาสเข้าทำงานในที่นั้นๆเตรียมคำตอบให้พร้อม ใส่เสื้อผ้าสีสุภาพ แล้วลุยเลย.สำหรับน้องๆ ที่เพิ่งจบ ขอให้โชคดี ได้งานดีๆ กันทุกคนนะ

 ทบทวนเรื่องแนวทางการสัมภาษณ์งาน เคยมีรุ่นพี่ Post ไว้ที่นี่
ประเภทของการสัมภาษณ์งาน

1.การสัมภาษณ์แบบคัดออก เป็นการคัดเลือกพนักงานโดยการพิจารณาข้อมูลรายละเอียดตามรูปแบบที่กำหนด
หากผู้สมัครรายใดไม่มีคุณสมบัติตามที่กำหนดก็จะถูกคัดออก

2.การสัมภาษณ์แบบ หนึ่ง ต่อ หนึ่ง เป็นการสัมภาษณ์แบบทั่วๆไป เพื่อหาข้อมูลเกี่ยวกับผู้สมัคร
3.การสัมภาษณ์แบบกลุ่ม โดยผู้สัมภาษณ์ มีประมาณ 3-5 คน ร่วมกันพิจารณาผู้สมัครงาน
โดยปกติมักกับตำแหน่งงานที่ต้องเกี่ยวข้องกับหลายๆ ฝ่าย หรือตำแหน่งที่มีความสำคัญ
4.การสัมภาษณ์แบบถาม-ตอบ เป็นการสัมภาษณ์แบบทางการที่มีหัวข้อในการถามอย่างชัดเจน
5.การสัมภาษณ์แบบคำถามเปิด เป็นการสัมภาษณ์แบบไม่เป็นทางการและไม่มีรูปแบบ
ผู้สัมภาษณ์ส่วนใหญ่เป็นผู้มีประสบการณ์สูงในการค้นหาข้อมูลต่างๆ จากการสัมภาษณ์ผู้สมัครได้
6.การสัมภาษณ์แบบกดดันผู้สมัคร ผู้สมัครอาจถูกสัมภาษณ์ภายใต้สถานการณ์ที่ตึงเครียด
เพื่อใช้ทดสอบว่า ผู้สมัครมีสติ ความอดทน การแสดงออกและ การตัดสินใจ อย่างไรภายใต้ความกดดัน
สามารถควบคุมอารมณ์ได้เพียงใด


การที่มิได้วางแผนในการเข้าสัมภาษณ์ทำให้ไม่สามารถจะตอบคำถาม ไม่สามารถสร้างความประทับใจแก่ผู้สัมภาษณ์
หรือ ตอบคำถามได้ดีเพียงพอ

ข้อปฏิบัติของการเข้ารับการสัมภาษณ์
1.ศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับบริษัท
2.ศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับงานที่สมัคร
3.เตรียมตัวให้พร้อมในการตอบคำถาม เตรียมคำตอบที่คาดว่าจะถูกถาม อาทิ ประวัติส่วนตัว ประสบการณ์ กิจกรรม

4.ฝึกฝนการตอบคำถาม ลักษณะการพูด เช่น การใช้คำพูดที่ถูกต้องชัดเจน เพื่อแสดงความมั่นใจ คำพูดที่สุภาพ
และรู้จักควบคุมอารมณ์และการใช้น้ำเสียง หากถูกยั่วยุในการสัมภาษณ์
5.แต่งกายให้เหมาะสม ดูสะอาดและ สุภาพเรียบร้อย ดูภูมิฐาน ตัดผม โกนหนวดเครา
และดูแลทรงผมให้เรียบร้อยไม่ยุ่งเหยิง ตรวจสอบการติดกระดุมให้เรียบร้อย เสื้อผ้ารีดเรียบไม่ยับยู่ยี่
หรือเก่าจนสีซีด รองเท้าขัดมัน
6.ควรไปถึงก่อนเวลานัดประมาณ 15 นาทีเป็นอย่างน้อย
7.เตรียมเอกสารที่ต้องใช้ให้พร้อม ควรเก็บเข้าแฟ้มให้เรียบร้อย สวยงาม หยิบได้ทันที
8.ควรไปสัมภาษณ์คนเดียว ไม่ต้องมีเพื่อนไปคอยให้กำลังใจ เพราะเป็นการแสดงความไม่มั่นใจในตนเอง
9.อดทนรอหากผู้สัมภาษณ์ปล่อยให้ท่านรอนาน นั่นอาจเป็นขั้นตอนหนึ่งของการทดสอบ
10.ในขณะที่รอการสัมภาษณ์ จะต้องระวังกิริยามารยาทในการรอคอย
11.อย่าหลบสายตาผู้สัมภาษณ์ ในขณะที่เข้ารับการสัมภาษณ์
12.ยิ้มเมื่อเจอคนที่จะสัมภาษณ์ ยกมือไหว้ทักทายสวัสดี ด้วยความสุภาพนอบน้อมตามประเพณีไทย
13.แสดงท่าทางร่าเริงมีมนุษยสัมพันธ์ แต่ต้องเชิงทางการเล็กน้อย เพื่อไม่ให้ดูรื่นเริงมากเกินไป
14.ไม่ควรสอดส่ายสายตาไปมาเมื่อผู้สัมภาษณ์กำลังพูดอยู่
15.ไม่ควรวิจารณ์หัวหน้างานหรือเพื่อนร่วมงานเดิมของท่าน
16.ไม่ควรทำท่าทางเบื่อ หรือรำคาญ แม้ว่ามันจะเป็นเช่นนั้น
17.ไม่ควรขัดจังหวะการพูดของผู้สัมภาษณ์
18.ไม่ควรพูดเรื่องส่วนตัวและ ปัญหาการเงินของท่าน นอกจากจะได้รับคำถามที่เจาะจงโดยเฉพาะเท่านั้น
19.ไม่ควรสูบบุหรี่ แม้คนที่สัมภาษณ์จะสูบก็ตาม

หัวข้อที่จะใช้ในการประเมินผู้สมัคร
1.Ability to learn :
ผู้สัมภาษณ์ จะวัดว่าผู้สมัครมีความสามารถในการเรียนรู้
มีความพยายามและกระตือรือร้นที่จะเรียนรู้พัฒนาตนเองเพียงใด
2.Problem Identification :
เพื่อวัดว่าผู้สมัครมีความสามารถในการวิเคระห์ปัญหาที่เกิดขึ้นและวิธีแก้ปัญหานั้น
3.Technical and Peofessional knowledge :
เพื่อวัดความรู้ทางเทคนิคและความชำนาญ ประสบการณ์ของผู้สมัคร และการนำมาประยุกต์ใช้งาน
หัวข้อนี้อาจได้ข้อมูลประกอบจากผลการเรียน และการถามเกี่ยวกับความรู้ที่ได้เรียนมา
4.Tolerance of stress :
เพื่อวัดการการทำงาน การตัดสินใจ และการควบคุมอารมณ์ของผู้สมัครภายใต้ภาวะทีถูกกดดัน
5.Teamwork/Cooperation : มนุษย์สัมพันธ์ การทำงานร่วมกับผู้อื่น และความเป็นผู้นำ
6.Oral Communication : การพูด การสื่อสารข้อความและการใช้ภาษา
7.Safety Awareness : ทัศนคติและการสำนึกถึงความปลอดภัยในการทำงาน
8.กริยามารยาท ความเหมาะสมของการแต่งกาย

ในการสอบสัมภาษณ์เราควรพิจารณาว่ากำลังถูกประเมินในเรื่องใด และตอบคำถามให้ตรงใจกรรมการที่สอบสัมภาษณ์

การแต่งกายให้เหมาะสมเพื่อความสำเร็จในการสัมภาษณ์งาน

เคล็ดลับบางอย่างที่จะช่วยคุณคิดว่าจะแต่งกายอย่างไรดีเมื่อถึงเวลาสัมภาษณ์งาน

โอกาสบางครั้งก็ขึ้นกับการแต่งกายในการสัมภาษณ์งานด้วยอย่างที่คุณทราบอยู่แล้ว
สวมสูทเป็นคำตอบสำหรับทึกอย่างหรือไม่
ขณะที่ทำตามคำแนะนำเหล่านั้นก็เป็นการรับประกันอย่างหนึ่งว่าคุณจะได้งาน
การค้นหาข้อมูลการสัมภาษณ์ล่วงหน้ายิ่งมากเท่าใด ก็ยิ่งทำให้โอกาสของคุณในส่วนนี้มีมากขึ้นเท่านั้น


วัฒนธรรม

คุณจำเป็นต้องพิจารณาไม่ใช่เพียงวัฒนธรรมองค์กรและประเภทอุตสาหกรรมที่คุณต้องการเข้าร่วมทำงาน
แต่ยังหมายถึงธรรมเนียมปฏิบัติของแผนกหรือฝ่ายนั้นๆ ซึ่งคุณจะเข้าสัมภาษณ์ ตัวอย่างเช่น
หากคุณสัมภาษณ์งานในแผนกการเงินของหนังสือพิมพ์ฉบับหนึ่ง
คุณอาจต้องแต่งตัวให้เรียบร้อยกว่าที่สัมภาษณ์ที่แผนกตรวจแก้ไขงาน (Editing)

ที่ตั้ง

สิ่งบางสิ่งอาจซับซ้อนมากขึ้น ตำแหน่งที่ตั้งของบริษัทอาจมีผลกระทบต่อการแต่งกายของพนักงานด้วยเช่นกัน
ดูที่ตั้งของบริษัทจากเว็บ หากที่ตั้งอยู่ที่ Silicon Alley ในเมืองนิวยอร์ก
อาจแต่งกายแนวนักธุรกิจมากกว่าแต่งกายสบายๆ แต่หากตั้งอยู่ใน South Park ของซานฟรานซิสโก
เสื้อโค้ทแบบนักกีฬาและเนกไทอาจเหมาะกับคุณมากกว่า

ประสบการณ์
ประสบการณ์และระดับการทำงานที่คุณสมัครจะส่งผลต่อแนวการแต่งกายของคุณเช่นกัน สำหรับผู้สมัครงที่เพิ่งจบ
คุณควรแต่งกายให้ดูเป็นผู้ใหญ่ แต่สำหรับผู้สมัครที่ทำงานมาระยะหนึ่งแล้ว
อาจแต่งกายให้ภูมิฐานมากขึ้นโดยให้เป็นไปตามวัฒนธรรมการแต่งกายของสำนักงานใหม่ที่คุณไปสัมภาษณ์
โดยอาจเป็นแบบยูนิฟอร์มทั่วไปของบริษัท

เพื่อไม่ให้มีอุปสรรคอื่นใด คำแนะนำเบื้องต้นด้านล่างนี้ให้ไว้สำหรับผู้หญิงและผู้ชาย
(เพราะคุณจำเป็นต้องเรียนรู้ "กฎ" ก่อนที่จะแหกกฎนั้นได้)

สำหรับผู้หญิง
ผู้หญิงหลายคนดูดีในชุดสูทสีน้ำเงินเข้ม เครื่งอประดับอย่างมุก และรองเท้าส้นเตี้ย
และผู้สัมภาษณ์ดูเหมือนจะเห็นด้วยว่าผู้สมัครบางรายใส่สูทที่ตัดเย็บมาอย่างดี
แล้วไม่เข้ากันซะเลยแม้จะเป็นชุดที่สีพื้นๆ (ดำ, น้ำเงินเข้ม, เทา ดูจะเป็นสีที่พื้นๆ ที่สุด)
สำหรับบริษัทที่ค่อนข้างเคร่งครัด เช่น ธนาคารเพื่อการลงทุน
และบริษัทให้คำปรึกษา-ชุดสูทแบบเข้ากันเป็นสิ่งสำคัญที่สุด
และการแต่งกายรวมถึงรองเท้าที่ไม่ใช่ส้นเปลือยดูจะเหมาะสมอางยิ่ง มิฉะนั้น
ชุดกางเกงแบบเข้ากันโดยใส่รองเท้าหนังหุ้มส้นแบบไม่สูงมากทำให้คุณดูดีและเป็นมืออาชีพ
หากการแต่งกายเช่นนี้ทำให้คุณร้อน
เสื้อสเว็ตเตอร์แบบเส้นไหมที่ตัดเย็บอย่างดีอาจแทนที่การแต่งกายแบบเสื้อติดกระดุม
และทำให้ชุดคุณไม่ยับด้วย แต่งหน้าอ่อนๆ และอย่าใส่เครื่องประดับที่แวววาว
หากคุณคุ้นเคยกับการใส่เครื่องประดับ แม้ว่ามันอาจช่วยให้คุณดูดีในระหว่างสัมภาษณ์ แต่ไม่ใช่สิ่งจำเป็น




สำหรับผู้ชาย
สำหรับผู้ชาย ชุดสูทสีเข้ม หรือสีพื้น เสื้อเชิ้ตสีขาวหรือสีฟ้า
และเนคไทผ้าไหมในรูปแบบทางการจะเหมาะกับการสัมภาษณ์ส่วนใหญ่ พยายามใส่เสื้อผ้าแบบธรรมชาติ เช่น
ผ้าไหมและผ้าฝ้าย "Well-heeled" โดยทั่วไปจะหมายถึงรองเท้าหนังสีดำที่ขัดมันวาวอย่างดี
นอกจากนี้เสื้อแบบมีคอปกจะทำให้คุณดูเรียบร้อย
ขณะที่รองเท้าปลายแหลมหรือมีส้นจะทำให้ดูไม่เป็นทางการมากกว่าจะดูเป็นมืออาชีพ
อย่าสวมถุงเท้าขาวกับรองเท้าเพราะจะทำให้คุณไม่ได้รับเลือก
และตรวจดูให้ดีว่ารองเท้าไม่ทำให้คุณเจ็บมากจากการเสียดสี เพราะอาจทำให้คุณขาดสมาธิในการสัมภาษณ์
(หากคุณมีโอกาสที่จะได้งานนั้น)



ทำลายสถิติด้วยสไตล์
คำแนะนำง่ายๆ เกี่ยวกับเรื่องการแต่งกายสำหรับผู้มองหางาน
คือการหาข้อมูลเกี่ยวกับบริษัทก่อนที่คุณจะไปสัมภาษณ์ โดยการแวะไปดูสถานที่นั้นก่อน
(โดยอาจปลอมไปเป็นเมสเซนเจอร์) แม้ว่าที่ WetFeet จะเห็นด้วยกับคำแนะนำนี้อย่างแท้จริง
แต่ก็เป็นสิ่งที่เรา (และงานของเรา) ที่จะใช้ความสามารถในการช่วยคุณ เราได้ค้นหาแหล่งข้อมูลต่าง
ๆในสิ่งที่คาดหวังว่าผู้สัมภาษณ์จะถาม และนี่คือสิ่งที่เราค้นพบ



สิ่งที่ต้องจำไว้
ขณะที่คุณต้องการสวมสูทแบบธรรมดา
แต่คุณก็ต้องยอมรับความจริงในเรื่องที่ว่าคุณไม่ได้ทำให้ผู้สัมภาษณ์คุณประทับใจกับการแต่งกายแบบธรรมดาๆ
ของคุณแต่อย่างใด ขอให้จำกรณีของแพม "ฉันสวมรองเท้ายี่ห้อ Hush Puppies สีม่วงไปสัมภาษณ์
ทำให้ช่วยลดความตึงเครียดได้ แต่ขณะนี้เรื่องนี้กลายเป็นเรื่องเล่าขบขันของบริษัทไปซะแล้ว

ใช้หัวคิด ขึ้นอยู่กับตำแหน่งที่คุณไปสมัคร หรือธุรกิจที่คุณเสาะหาอยู่ และบุคลิกภาพที่คุณต้องการเป็น
คุณต้องตัดสินใจว่าวิธีใดที่คุณจะแสดงออกถึงตัวคุณเองได้ดีที่สุด

เมลิสสา ไวส์ ผู้อำนวยการฝ่ายทรัพยากรมนุษย์ด้านการเพิ่มการใช้อินเตอร์เน็ต
ผู้ซึ่งมีประสบการณ์กว่าเจ็ดปีในด้านการเป็นผู้สัมภาษณ์ด้านโทรคมนานมและอุตสาหกรรมเกี่ยวกับการโฆษณา
แนะนำว่า "วันแห่งการใส่สูทสีน้ำเงินเข้มจะหมดไปล่ะ" และยืนกรานว่าสีดำเป็นสีร่วมสมัยกว่า
สำหรับผู้ที่แต่งกายเพื่อด้านโฆษณา เธอแนะนำว่าสิ่งที่ทำให้ดูมีสไตล์มากขึ้นคือ
"ชุดสูทกางเกงที่ทำให้ดูคล่องแคล่ว -
คุณกำลังประชาสัมพันธ์ตัวคุณเองและคุณต้องการเป็นที่จดจำ"

เอมี ผู้สำเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัยเมื่อไม่นานมานี้และเป็นผู้ช่วยที่เอเจนต์หนึ่ง กล่าวว่า
"หากคุณต้องการทำงานในอุตสาหกรรมบันเทิง (สิ่งพิมพ์ ฟิล์ม ศิลปะ การออกแบบ งานพีอาร์
และเอเจนซีโฆษณา) คุณควรนำเสนอความสามารถของคุณ โดยเป็นตัวของคุณเอง ไม่ใช่เป็นแบบทำตัวสบายๆ
เหมือนอยู่ในบ้าน "

ใส่เสื้อที่มีกระดุมแถวเดียว

ราฮูล ผู้ร่วมงานที่ธนาคารการลงทุนในเมืองนิวยอร์ก
เข้าสัมภาษณ์งานโดยใส่สูทที่เป็นกระดุมสองเม็ดโดยใส่เสื้อเชิ้ตสีฟ้าและเนคไทสีเขียวเข้ม แต่เขาก็บอกว่า
ถ้าเขาสามารถเข้ารับสัมภาษณ์ใหม่ เขาจะใส่สูทที่เป็นกระดุมเดี่ยว เพราะว่า "ดูดีกว่า
โดยเฉพาะเมื่อคุณเข้าไปนั่ง และสามารถปลดกระดุมเสื้อแจ็คเก็ตเพื่อให้รู้สึกสบาย
ง่ายกว่าที่จะถอดกระดุม" และ "ผมก็จะใส่เสื้อสีที่เข้มนิดหนึ่ง เพื่อให้ดูแตกต่าง"
เขากล่าวว่าการแต่งกายในครั้งแรก"ทำให้ความเชื่อมั่นหดหายไป "



เป็นตัวของคุณเอง
ขณะสัมภาษณ์ เหมือนกับเป็นการคัดเลือกนักแสดงนะหล่ะ สิ่งที่คุณทำให้ดีที่สุดคือก้าวไปด้านหน้า
ทำดีที่สุด เมื่อมีการเปลี่ยนจากคำว่า "ดีที่สุด" เป็นคำว่า "คุณ"
นั่นแสดงว่าทุกอย่างได้เปลี่ยนไปแล้ว หากคุณรู้สึกอึดอัดกับการสัมภาษณ์ครั้งนี้
แสดงให้เห็นว่าคุณอาจจะไม่เหมาะกับงานประเภทนี้เท่าไรนัก

ขอให้ดูตัวอย่างอย่างเจนผู้ให้คำปรึกษาด้านการตลาด ซึ่ง
"รู้สึกไม่ชอบเมื่อเห็นคนใส่เสื้อผ้าการ์บาร์ดีน "เธอสวมเสื้อสูทจากดีไซน์เนอร์ที่ฉันไม่ชอบ
เพราะฉันไม่ชอบสูททั้งหมดล่ะ" กับการสัมภาษณ์ครั้งแรกที่บริษัทปัจจุบัน
"ฉันต้องการดูเป็นมืออาชีพและดูเป็นผู้ใหญ่เต็มที่ ฉันเพิ่งสำเร็จการศึกษา
ดังนั้นการดูเป็นผู้ใหญ่เป็นเรื่องที่ฉันกังวลมาก" ฉันจำได้ว่าฉันรู้สึกอึดอัดตลอดเวลา
เจนได้งานนี้เพราะว่าตำแหน่งที่เปิดรับเป็น "ครีเอทีฟ" "ตอนนี้ฉันทำงานที่ชั้นไม่ชอบเลย
เพราะชั้นต้องสวมสูทตลอดเวลา นี่ล่ะเป็นผลจากการที่ฉันแสร้งเป็น"

ความประทับใจสุดท้าย
เมื่อคุณมีข้อสงสัย สิ่งที่ดีกว่าแน่นอนคือการแต่งกายอย่างสุภาพดีกว่าการแต่งกายสบายๆ โดยทั่วไป
คุณต้องการแต่งกายเพื่อให้ตัวคุณเองดูดีที่สุด และได้รับผลลัพธ์ที่ดีเกินคาด
เก็บน้ำหอมไว้สำหรับตอนออกเดทจะดีกว่า แต่อย่าลืมที่จะทาระงับกลิ่นกายออกมานะ
อย่างน้อยที่สุดสิ่งที่คุณควรจำ คือผู้สัมภาษณ์ต้องการเห็นผมเผ้าที่ไม่รุงรังและมือที่สะอาดสะอ้าน
(คุณอาจจะต้องขอบคุณเราในภายหลังเมื่อผู้สัมภาษณ์เสนองานให้คุณ โดยการจับมือเชคแฮนด์กับคุณ)


10 คำถามที่ยากที่สุดที่คุณต้องพบเมื่อสัมภาษณ์งาน
จากหนังสือ "Pocket Hiring Guide on How To Hire the Right Person" จากเว็บไซต์ JobsDB.com
โดยผู้อบรมเดนิส คอเวียร์


คุณต้องค้นหาคำตอบอย่างหนักเพื่อให้ได้คำตอบที่ถูกต้อง ภูมิหลังของบริษัท หน้าที่รับผิดชอบของงาน
จุดอ่อน/จุดแข็ง รวมถึงเป้าหมายในการทำงานของคุณ

#10: ทำไมคุณถึงสนใจสมัครตำแหน่งนี้ ในบริษัทนี้
คำตอบที่ใช้ไม่ได้ : "เพราะว่าผมต้องการเงินและ/หรือประสบการณ์"
เพราะนี้จะหมายความว่าคุณจะใช้บริษัทนี้เป็นเหมือนสถานีผ่านทางไปสู่สิ่งที่ดีกว่า สิ่งที่ต้องจดจำ:
ทุกบริษัทต้องการพนักงานที่ทำงานในบริษัทเป็นระยะเวลายาวนาน


คำตอบที่ดี :
ก่อนอื่นต้องตรวจสอบตัวคุณเองก่อนว่าคุณค้นคว้าข้อมูลเกี่ยวกับบริษัทและงานที่คุณสมัครเป็นอย่างดี
อธิบายว่าคุณเหมาะสมกับตำแหน่งที่สมัครอย่างไร
รวมถึงโอกาสของงานนี้จะช่วยคุณพัฒนาทักษะและความสามารถได้อย่างไร พูดถึงประสบการณ์ที่ผ่านมาของคุณ
(หรือกิจกรรมที่ทำเมื่อเรียน) ที่คุณรักและมีความเชี่ยวชาญ

"(บริษัท ก) เป็นที่รู้จักกันอย่างดีในเรื่อง (จุดแข็งของบริษัท)
ผมต้องการทำงานกับบริษัทที่มีการทำงานแบบนี้ (งาน) นี้จะช่วยพัฒนาทักษะของผมในส่วน
(ความสามารถและความสามารถพิเศษอื่นๆ)"

#9: คุณลาออกจากตำแหน่งงานปัจจุบันด้วยสาเหตุใด และคุณประทับใจอะไรกับบริษัทล่าสุดที่คุณทำงาน
ห้ามพูดถึงเจ้านายคนเก่าของคุณในทางที่ไม่ดี
การยุ่งในสิ่งที่ไม่ถูกเรื่องและการลอบกัดจะย้อนกลับมาทำร้ายตัวคุณเอง ทำให้ภาพของคุณดูไม่ดี
ในทางกลับกัน ให้เน้นถึงสิ่งที่คุณได้เรียนรู้จากบริษัทก่อนหน้านี้
ให้เน้นว่าเพราะว่าคุณมองหาความท้าทายที่มากขึ้น และถึงเวลาที่ต้องปรับเปลี่ยนตัวคุณเองแล้ว

#8: สิ่งที่คุณคาดหวังจากตำแหน่งงานนี้ ให้คุณเข้าใจถึงหน้าที่รับผิดชอบของงานก่อน
เข้าใจถึงแรงกดดันที่เกิดขึ้น
แล้วตอบว่าคุณต้องการเรียนรู้ความรับผิดชอบเหล่านี้และอยากจะเผชิญหน้ากับความกดดันทั้งหลายที่มี

#7: ในห้าปีข้างหน้า คุณมองภาพตัวคุณเองว่าเป็นอย่างไร
สำหรับผู้จัดการหลายราย คำถามนี้เป็นคำถามที่ท้าทายอย่างมากว่าคุณจะตอบให้ตัวเองได้เกิดหรือตายไปเลย!
โปรดตรวจสอบว่าคุณเห็นความก้าวหน้าในอาชีพการงานที่ดี ก่อนที่จะเข้าสัมภาษณ์
ซึ่งแสดงให้เห็นว่าคุณมีเป้าหมายที่คุณกำหนดไว้

#6: คุณคิดว่าคุณจะช่วยหน่วยงานนี้ได้ดีที่สุดที่จุดไหน
ให้คุณคิดให้ดีว่าคุณมีความเก่งในเรื่องใด
จำไว้ว่าการอบรมและประสบการณ์การทำงานที่ผ่านมาของคุณจะช่วยคุณได้
โดยคิดว่าจะนำประสบการณ์เหล่านั้นมาช่วยคุณให้มากที่สุดได้อย่างไร
และนำไปใช้ให้ตรงกับความต้องการของบริษัท และกับงานที่คุณสมัครด้วย

#5: คุณจัดการกับคำวิจารณ์อย่างไร ทั้งจากเจ้านาย หรือจากเพื่อนร่วมงาน
จงยอมรับว่าคำวิจารณ์ล้วนทำให้เจ็บปวด แต่ก็เป็นครูที่ดีด้วยเช่นกัน
ยกตัวอย่างที่ผ่านมาซึ่งคุณได้รับคำวิจารณ์ในทางลบ และแม้ว่าคุณจะเจ็บปวดกับคำวิจารณ์เหล่านั้น
แต่คุณก็เผชิญหน้ากับมัน และนำคำวิจารณ์เหล่านั้นมาปรับปรุงตัวคุณเอง

#4: คุณจัดการกับความกดดันอย่างไร
ขอให้พูดตามตรง: ไม่มีใครเป็นคนวิเศษเลิศเลอ ข้อแรก
ให้อธิบายประเภทของความกดดันที่คุณคุ้นเคยและสามารถจัดการกับมันได้โดยง่าย (เช่น กำหนดเวลาในการทำงาน)
จากนั้นยอมรับว่าแรงกดดันประเภทนี้ทำให้คุณจัดการกับสถานการณ์ที่เลวร้ายได้ (เช่น
คิดงานไม่ออกเพราะบรรยากาศในการทำงานไม่เอื้ออำนวย) แต่ให้พูดปิดประเด็นในแง่บวก
โดยยกตัวอย่างวิธีการปรับปรุงจุดอ่อนเหล่านั้นของคุณ

#3: คุณคิดว่าคุณจะปรับปรุงตัวคุณเองได้อย่างไร ทั้งในแง่ของทักษะความสามารถ หรือ ในด้านอุปนิสัย

คำถามนี้แยกย่อยมาจากข้อ #2. ผู้สัมภาษณ์ต้องการความซื่อสัตย์ ไม่ใช่การโกหกพกลม มองตัวคุณเอง
ดูว่าสิ่งไหนที่คุณต้องการปรับปรุง เป็นเรื่องทักษะด้านการสื่อสาร ความรอบรู้
หรือความสัมพันธ์กับผู้อื่นในสังคม ให้คุณยอมรับในเรื่องจุดอ่อนของตัวคุณเอง
และพูดปิดประเด็นว่าคุณกำลังปรับปรุงตัวคุณเองให้ดีขึ้น (เข้าอบรมเพิ่มเติมในโรงเรียน
การสมัครเป็นสมาชิกชมรถทั่วๆ ไป เป็นต้น)

#2: สิ่งที่คุณสามารถทุ่มเทให้กับบริษัท ที่ผู้อื่นไม่สามารถทำได้
คำถามนี้เปิดโอกาสให้คุณแสดงคุณสมบัติเด่นของคุณเอง ในการสัมภาษณ์งาน คุณต้องขายตัวคุณเอง นำประสบการณ์
ความสามารถ และอุปนิสัยของคุณมาใช้ให้เกิดประโยชน์ ให้คุณ เป็นคนที่บริษัทต้องการ
คิดย้อนกลับไปถึงประสบการณ์ที่ผ่านมาที่ไม่มีใครจะนึกถึง
หรือเมื่อคุณมีไอเดียอันบรรเจิดซึ่งทำให้ทุกคนหลงใหลได้ปลื้มมาแล้ว

#1: คำถามที่นิยมถามมากที่สุด คือ ทำไมบริษัทเราจึงต้องจ้างคุณ
คำตอบที่ถูกต้องหนึ่งคำตอบสำหรับคำถามนี้ คือ "ผมจะช่วยให้บริษัทมีรายได้เพิ่มขึ้น"

ตอบคำถาม 9 ข้อแรกให้ดี และคุณจะไม่ต้องลำบากเมื่อถึงคำถามในข้อนี้
เพราะคุณได้พิสูจน์คุณค่าของตัวคุณเองไว้ใน 9 ข้อแรกแล้ว!!


ก่อนอื่นต้องขอออกตัวก่อนว่าเราไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญหรือนักวิชาการที่เก่งกาจอะไรมาจากไหน
แต่ที่จะเล่านั้นมาจากประสบการณ์จริงของเราที่ทำงานด้านทรัพยากรบุคคลมากกว่า 10 ปี
เคยได้สัมภาษณ์และร่วมสัมภาษณ์บุคลากรมาตลอดระยะเวลา 10 ปี
ได้เห็นทั้งผู้ที่ประสบความสำเร็จอย่างสูงจนถึงผู้ที่ล้มเหลวหรือพลาดอย่างสิ้นเชิง

ในแต่ละตำแหน่งงาน ทางบริษัทผู้สัมภาษณ์ ต้องการคนในคุณสมบัติบุคคลิก และลักษณะที่ต่างๆ
กันหรือแม้กระทั่ง ในตำแหน่งงานเดียวกัน ในแต่ละบริษัทที่มีลักษณะงานต่างกันก็ต้องการต่างกันไป
ในที่นี้ผมจะบอกคร่าวๆ ถึงการเตรียมตัว,การปฏิบัติตัว และ ข้อควรระวัง ในการสัมภาษณ์
โดยแยกตามตำแหน่งงาน เพื่อให้ท่านนำไปใช้ประกอบในการเตรียมตัวสัมภาษณ์งาน
แต่ไม่ใช่แนะนำให้ท่านแสร้งทำในสิ่งที่ไม่ใช่ตัวของท่านเอง จงเป็นตัวของท่านเอง.....

ติดตามอ่านต่อได้ที่นี่นะครับ
http://www.jobbees.com/TH/bees_tip.html


มีข้อมูลเพิ่มเติม ค้นมาได้จาก Web ของ Thaioil
http://www.thaioil.co.th/career/index.php

รายละเอียดมีดังนี้

บริษัทฯ ถือว่า พนักงานเป็นทรัพย์สินที่สำคัญที่สุด ดังนั้น ในการพัฒนาความสามารถขององค์กร
จำเป็นต้องให้ความสำคัญทั้งในแง่ Hardware กับ Software ซึ่งหมายถึงบุคลากร MD จึงให้นโยบายด้าน HR
ว่าจะต้องพัฒนาพนักงานให้มีความรู้ความสามารถที่แข่งขันได้ในโลกของธุรกิจ MD
ยังย้ำว่านโยบายด้านบุคคลนี้ ต้องเน้นความยุติธรรมเป็นหลัก และอาศัยแนวปฏิบัติร่วมกันทั้ง 2 ทาง
คือขณะที่บริษัทฯ ทุ่มเทให้กับพนักงาน พนักงานก็ควรทำงานตอบแทนบริษัทฯ อย่างเต็มที่ด้วย
องค์กรถึงจะก้าวหน้าไปได้

บริษัทฯ ต้องพึงเอาใจใส่สังคมมากขึ้น เพราะนอกจากการเป็นคนที่มีคุณภาพแล้ว
เราจำเป็นต้องมีน้ำใจและมีจริยธรรมควบคู่ไปด้วย เพราะบนเส้นทางที่แข็งแกร่งของไทยออยล์
หากสามารถทำให้ผู้คนรอบข้างมีความสุข และเห็นไทยออยล์เป็นที่พึ่งอย่างแท้จริง บริษัทฯ
ย่อมสามารถเจริญก้าวหน้าได้อย่างยั่งยืนต่อไป

ขั้นตอนการสรรหา คัดเลือก บรรจุ การทดลองปฏิบัติงาน และการยืนยันให้เป็นพนักงานประจำ

1) เกณฑ์ในการคัดเลือก


- จาก ประสบการณ์การทำงาน (ถ้ามี) ฯลฯ
- ในบางตำแหน่ง บริษัทฯ อาจจัดให้มีแบบทดสอบต่าง ๆ ตามความเหมาะสม เช่น การเขียนเรียงความภาษาอังกฤษ
การทดสอบทักษะทางช่าง การใช้คอมพิวเตอร์ TOEIC ฯลฯ


2) กระบวนการสัมภาษณ์

2.1 การคัดเลือก


คัดเลือกจากใบสมัครโดยพิจารณาจากคุณสมบัติเบื้องต้น เช่น วุฒิการศึกษา สาขาวิชา
ประกาศนียบัตรวิชาชีพเฉพาะทาง หรือ บริษัทฯ จัดให้มีการสัมภาษณ์เป็นรูปแบบ

คณะกรรมการ ประกอบด้วยตัวแทนจาก 3 ฝ่ายคือ
ฝ่ายต้นสังกัด /ฝ่ายที่เป็นลูกค้า /ฝ่ายทรัพยากรบุคคล

ขั้นตอนการสัมภาษณ์

สัมภาษณ์รอบแรก
คณะกรรมการทำหน้าที่พิจารณาตัดสินว่าผู้สมัครท่านใด
สามารถปฏิบัติงานตามวัตถุประสงค์ของงานที่ระบุไว้ในคำบรรยาย ลักษณะงาน (Job Description)
และ/หรือที่ได้กำหนดเพิ่มเติมไว้โดยฝ่ายต้นสังกัด

สัมภาษณ์รอบสอง
คณะกรรมการทำหน้าที่ประเมินศักยภาพโดยรวมของผู้สมัคร ตามเกณฑ์การประเมินศักยภาพของบริษัท
เพื่อเป็นแนวทาง ในการวางแผนพัฒนาอาชีพที่เหมาะสมต่อไป

ผู้ที่ผ่านการสัมภาษณ์รอบสอง จะต้องเข้ารับการสัมภาษณ์จากผู้จัดการฝ่ายต้นสังกัด
และ/หรือรองกรรมการอำนวยการ ตามสายการบังคับบัญชา เพื่อให้ความเห็นชอบขั้นสุดท้ายก่อนการบรรจุ

การเสนอการจ้างงาน

ผู้ที่ผ่านการสัมภาษณ์ข้างต้น จะได้รับการตรวจร่างกายโดยแพทย์ที่บริษัทฯ กำหนด
เพื่อให้ความเห็นว่ามีสุขภาพเหมาะสมกับงานหรือไม่ รวมทั้งนัดหมายมอบกุญแจบ้านพักที่บริษัทฯ
จัดเตรียมไว้ให้ ตลอดจน จะได้รับการแจ้งให้ทราบถึงเงินเดือน สวัสดิการ และข้อมูลอื่น ๆ
ที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติงานกับบริษัท เช่น สถานที่ทำงาน วัน/เวลาทำงาน ฯลฯ ตลอดจนวันเริ่มงาน

การบรรจุเข้าทำงาน

บริษัทฯ จัดให้มีการเซ็นหนังสือสัญญาจ้างงาน ซึ่งลงนามโดยรองกรรมการอำนวยการตามสายการบังคับบัญชา
และพนักงานใหม่ในคู่สัญญาหนังสือสัญญาจ้างงาน และเก็บไว้เป็นหลักฐานฝ่ายละ 1 ฉบับ รวมทั้ง
จัดให้มีการปฐมนิเทศน์พนักงานใหม่เพื่อให้รับทราบวิธีการและแนวปฏิบัติต่าง ๆ ของบริษัทฯ

การทดลองปฏิบัติงานและการยืนยันให้เป็นพนักงานประจำ

บริษัทฯ กำหนดให้พนักงานใหม่ทดลองปฏิบัติงานเป็นระยะเวลา 180 วัน
โดยผู้บังคับบัญชาตามสายงานจะเป็นผู้มอบหมายงานและให้คำแนะนำในด้านต่าง ๆ แก่พนักงานใหม่
ตลอดจนติดตามประเมินผลการปฏิบัติงานและการปฏิบัติตนในเรื่องที่เกี่ยวข้อง
และมีผลกระทบกับการปฏิบัติงานของพนักงานใหม่อย่างใกล้ชิด รวมถึงการให้คำปรึกษาเป็นระยะ ๆ
อย่างต่อเนื่องด้วย
เมื่อบริษัทฯ ได้รับการยืนยันจากฝ่ายต้นสังกัดให้พนักงานใหม่เป็นพนักงานประจำแล้ว บริษัทฯ
จะแจ้งยืนยันการเป็นพนักงานประจำให้พนักงานผู้นั้นทราบ

จบ....ขอให้น้องๆ โชคดี    จากพี่ คนชล 


ให้คะแนนโพสต์ตามความรู้สึกคุณ

สุดยอด

เศร้า

น่าตลก

แฮปปี้

โกรธ

เบื่อ

ผวา

กล่องตอบกลับด่วน
จำกัด200 ตัวอักษร
 
ถอยกลับ ถัดไป
      

      ]exk' | BackLinks 2 | BackLinks 3 | BackLinks 4 | BackLinks 5 | BackLinks 6 | BackLinks 7 | BackLinks 8